ประวัติ โมนาโก หนึ่งในสโมสรชั้นนำของลีกเอิง ฝรั่งเศส

โมนาโก ที่รู้จักกันในนาม อาแอส โมนาโก เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากสโมสรหนึ่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการได้แชมป์ฟุตบอลลีกถึง 8 ครั้ง ได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยของฝรั่งเศสอีก 5 ครั้ง นอกจากนี้ในฟุตบอลยุโรปทีมยังได้รองแชมป์คัพวินเนอร์คัพ ปีค..1992 และ รองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกปี 2004

ชื่อเต็ม : AS Monaco Football Club

ฉายา : Les Rouge et Blanc

ก่อตั้ง : ปี 1919

สนาม : สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ฟงวิแยร์

ที่ตั้ง : เมืองฟงวีแยร์ ประเทศโมนาโก

เจ้าของสโมสร : ดิมิทราย รายโบลโรฟเรฟ

ผู้จัดการทีม : เลโอนาโด้ ชาร์ดิม

ประวัติ โมนาโก
ประวัติ โมนาโก

โมนาโกเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1919 และเมื่อสโมสรฟุตบอลมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ได้ก่อตั้งเป็นสโมสรฟุตบอล Monegasque sporting club ในตอนต้นสโมสรแข่งขันในลีกสมัครเล่นของลีกภูมิภาค the Provence-Alpes-Côte d’Azur region และในช่วงค.ศ. 1920 – 1933 โมนาโกได้รับเชิญจากสมาพันธ์ฟุตบอลประเทศฝรั่งเศสให้เข้าแข่งขันฟุตบอลอาชีพ โดยเริ่มต้นในการแข่งขันในลีกระดับดิวิชั่น 2 แต่ก็ล้มเหลวในฤดูกาลแรก อย่างไรก็ตามปี 1948 พวกเค้าสามารถเลื่อนชั้นมาแข่งในดิวิชั่น 2 ได้อีกครั้ง และเลื่อนชั้นมาแข่งในลีกดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จในปีค.ศ.1953

โมนาโกได้แชมป์ฟุตบอลระดับอาชีพครั้งแรกในปี 1960 ภายใต้การนำทีมของผู้จัดการทีมอย่าง ลูเชี่ยน เลอดุค เค้านำทีมคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศในรายการ the Coupe de France และปีถัดมาทีมก็คว้าแชมป์ในรายการเฟร้น แชมป์เปี้ยนชิพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และทีมยังผ่านการคัดเลือกไปแข่งขันฟุตบอลในระดับทวีปยุโรป ปีค.ศ.1963 แค่นั้นไม่พอ เลอดุคยังพาทีมคว้าสองแชมป์ในรายการฟุตบอลลีกและบอลถ้วย

หลังจากที่เค้าอำลาทีมไปในค.ศ.1963 สโมสรก็อยู่ในช่วงยากลำบากโดยมีอันดับของตารางคะแนนอยู่ในช่วงกลางๆ และสลับขึ้นชั้นตกชั้นระหว่างดิวิชั่น 1 กับดิวิชั่น 2 อยู่ตลอด จนกระทั่งปีค.ศ.1975 จีน ลุยห์ คัมโพร่า ลูกชายของอดีตประธานสโมสร ชาร์ลส์ คัมโพร่า เข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสร หลังจากนั้นก็ได้ดึง ลูเชี่ยน เลอดุค กลับมาคุมทีมอีกครั้ง และเลอดุคก็ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นดิวิชั่นหนึ่งได้สำเร็จ และคว้าแชมป์ แชมป์เปี้ยนชิพ ได้ในปี 1978 ต่อมาปี 1979 เลอดุค ก็อำลาการคุมทีมอีกครั้ง สโมสรจึงได้แต่งตั้งลูเซียน มูลเล่อ และ เจอราร์ด แบไนด์ หวังเข้ามาสานต่อความสำเร็จให้กับทีม แต่ก็ต้องผิดหวัง หลังเขาทำทีมกลับไปอยู่ในสภาพย่ำแย่

ช่วงต้น ค.ศ.1980 เป็นยุคเฟื้องฟูของสโมสร โดยทีมได้แชมป์แทบทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์ the Coupe de France ในปี 1980 และ1985, เฟร้นแชมเปี้ยนชิพ ในปี 1982, เข้าชิงชนะเลิศ Coupe de France ในปี 1984 และฤดูกาล 1985-1986 โมนาโกเอาชนะสโมสรบอร์กโดได้ถึง 9-0 เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเลยทีเดียว

ปี 1986 อดีตผู้จัดการทีมอาแจ็กซ์ สเตฟาน โควัคส์ ผู้ริเริ่มความคิดระบบโททัลฟุตบอล ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมโมนาโก แต่เค้าก็ไม่เคยนำทีมประสบความสำเร็จ ทำให้สโมสรตกอยู่ในช่วงยากลำบากอีกครั้ง ต่อมาสโมสรได้แต่งตั้งผู้จัดการทีมที่ไร้ชื่อเสียงอย่าง อาแซน เวนเกอร์ ซึ่งเขาก็พาทีมประสบความสำเร็จมากมาย และได้เซ็นสัญญากับนักเตะมากมายไม่ว่าจะเป็น จอร์จ เวอาห์, เกร็น ฮ๊อดเดิ้ล, เจอร์เก้น คลิ๊นมันส์ และยูริ ดากอร์เยฟ

ด้วยนโยบายที่เน้นสร้างทีมเยาวชนทำให้พวกเขาปั้นนักเตะระดับแชมป์โลกที่ผ่านมาอย่าง เอ็มมานูเอล เปอตีต์, ลิลิยอง ตูราม และเธียร์รี่ อองรี โดยเวนเกอร์นำทีมได้แชมป์ฟุตบอลลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีมคือปี 1988 และคว้าแชมป์ the Coupe de France ในปี 1991 พร้อมได้เข้าแข่งขันในรายการฟุตบอลยุโรปอย่างต่อเนื่อง และมีลุ้นแชมป์ทุกปี นี่เป็นช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุด จนกระทั่งปี 1993 เวนเกอร์ก็ตัดสินใจลาออกจากทีม

หลังจากเวนเกอร์ออกจากทีมไป สโมสรก็ยังได้แชมป์แชมป์เปี้ยนชิพอีก 2 ครั้ง ภายใต้การคุมทีมของติกาน่า คือในปี 1997 อย่างไรก็ตามช่วงปลายทศวรรษมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินของสโมสร ด้วยปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ประธานาธิบดี จีน ลุยห์ คัมโพร่า ที่เป็นประธานสโมสรมากกว่า 28 ปีต้องวางมือลง

แม้ด้วยปัญหาการเงินที่รุมเร้า แต่โมนาโกก็ยังอุส่าห์ประสบความสำเร็จภายใต้การคุมทีมของอย่าง ดิดิเย่ เดอชองส์ ด้วยการพาทีมเข้าชิงถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก แต่ก็พลาดท่าพ่าย เอฟซี ปอร์โต้ ในนัดชิงชนะเลิศ หลังจากที่เดชองส์ลาออก ทีมก็ได้ดึงฟราเชสโก ควิโดลิน เข้ามาคุมทีมแทน แต่ก็ไม่กระเตื้องขึ้น หลังจากนั้นสโมสรก็เปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมถึง 6 คน

ปี 2011 มหาเศรษฐีชาวรัสเซียได้ซื้อหุ้นสโมสรกว่า 66.67% โดยมีเคราดิโอ รานิเอรี เป็นเฮดโค้ชพาทีมเลื่อนชั้นกลับไปดิวิชั่น 1 ได้ในปี 2013 หลังจากนั้นโมนาโกก็ทุบคลังตัวเองซื้อราดาเมล ฟัลเกา จากแอตเลติโกมาดริด 50 ล้านปอนด์, ฮาเมส โรดริเกซ จากปอร์โต 40 ล้านปอนด์ จบฤดูกาลนั้นทีมได้อันดับที่ 2 ของตาราง

ต่อมาทีมเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่เป็น เลโอนาร์โด ชาร์ดิม ฤดูกาลถัดมาโมนาโกจึงลดค่าใช้จ่ายในทีมด้วยการขาย ฮาเมส โรดริเกซไปให้กับเรอัล มาดริด ในราคา 75 ล้านปอนด์ และปล่อยราดาเมล ฟัลเกาไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งาน หลังจากนั้นโมนาโกจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 และเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในฟุตบอลแชมป์เปี้ยนลีก

ฤดูกาล 2013-2014 นักเตะดาวยิงของทีมอย่าง อองโตนี มาร์ซิยาล ได้ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สนนค่าตัว 60 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิติค่าตัวนักเตะเยาวชนที่แพงที่สุดในเวลานั้น โดยในฤดูกาลนั้นโมนาโกขายนักเตะได้เงินถึง 180 ล้านปอนด์

เกียรติประวัติแชมป์ของโมนาโก

ระดับประเทศ

ลีก เอิง 8 สมัย : 1960–61, 1962–63, 1977–78, 1981–82, 1987–88, 1996–97, 1999–00, 2016–17

ลีก เดอ 1 สมัย : 2012–13

Championnat de France Amateur 3 สมัย : 1963–64, 1970–71, 2007–08

กุบเดอฟร้องส์ 5 สมัย : 1959–60, 1962–63, 1979–80, 1984–85, 1990–91

กุบเดอลาลีก 1 สมัย : 2002–03

ทรอเฟเดช็องปิยง 4 สมัย : 1961, 1985, 1997, 2000

Coupe Charles Drago 1 สมัย : 1961