ประวัติ บาเยิร์น มิวนิค ฉายาเสือใต้ ยอดทีมแห่งเยอรมัน

บาเยิร์น มิวนิค คือหนึ่งสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศเยอรมนี โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดบุนเดสลีกามาครองได้มากถึง 28 สมัย แชมป์สโมสรโลก 3 สมัย ยูโรเปี้ยนคัพหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 5 สมัย ยูฟ่าคัฟวินเนอร์สคัฟ 1 สมัย และยูฟ่าคัฟ 1 สมัย

ประวัติบาเยริ์น มิวนิค
ชื่อเต็ม : FC Bayern München
ฉายา : เสือใต้
ก่อตั้ง : นครมิวนิค
สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า ความจุ 75,000 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : นครมิวนิค
เจ้าของสโมสร : คาร์ล ไฮน์ รุมมินิเก้
ผู้จัดการ : นิโก้ โควัค

โดยบาเยิร์น มิวนิค เริ่มก่อตั้งทีมขึ้นในปี 1900 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น พวกเค้าสามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในการแข่งขัน เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ฤดูกาล 1900-1901

ฤดูกาล 1910-1911 ทีมได้ร่วมก่อตั้งลีกใหม่และก็คว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลแรกทันที จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น การแข่งขันทุกอย่างก็หยุดชะงักลง หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 บาเยิร์นได้เข้าร่วมการประชุมการก่อตั้งโอเบอร์ลีกาในปี 1955 ซึ่งทีมก็ตกชั้นไปเล่นในโอเบอร์ลีกาในฤดูกาลต่อไป ซึ่งในฤดูกาลนั้นบาเยิร์นสามารถคว้าแชมป์ DFB Pokal ได้สำเร็จหลังเอาชนะทีม ฟอร์ทูน่า ดุยเซลดอล์ฟ ไป 1-0

ต่อมาปี 1965 ทีมก็เลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกาได้สำเร็จด้วยการนำทัพของนักเตะระดับตำนานอย่าง ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์,แกร์ด มูลเล่อร์ และ เซฟฟ์ เมียเออร์ ช่วยให้ทีมคว้าอันดับ 3 ในลีกมาครอง พร้อมกับคว้าแชมป์ DFB Pokal ทำให้ทีมได้สิทธิ์ลงแข่งในฟุตบอล ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์สคัพ และเป็นพวกเค้าก็คว้าแชมป์ได้สำเร็จ หลังเอาชนะทีมเรนเจอร์ จากสก็อตแลนด์ ปี 1967

ประวัติ บาเยิร์น มิวนิค
ประวัติ บาเยิร์น มิวนิค

จากนั้นปี 1969 บาเยิร์นก็สานต่อความสำเร็จภายในลีก และรายการบอลถ้วยในประเทศอีกครั้งหนึ่ง ก่อนปี 1971 อูโด แลตเท็ก เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ DFB Pokal และแชมป์ลีกได้เป็นสมัยที่ 3

ฤดูกาล 1971-1972 บาเยิร์นเปลี่ยนมาใช้บริการสนามกีฬาโอลิมปิกที่นครมิวนิค โดยพวกเค้าก็สามารถคว้าแชมป์ 2 รายการได้ในปีแรกที่เข้ามาใช้สนามแห่งนี้ แต่ที่สุดยอดกว่านั้นในปี 1974 บาเยิร์นฯ สามารถคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ด้วยการชนะแอตเลติโกมาดริด ทีมเมืองหลวงจากประเทศสเปนถึง 4-0 เท่านั้นไม่พอบาเยิร์นยังสานต่อความสำเร็จต่อในปี 1975 ด้วยการป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ หลังเอาชนะลีดส์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษไปได้

หลังปี ค.ศ.1980 เพาล์ เบรท์เนอร์ และ คาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จ แต่หลังจากได้แชมป์ DFB Pokal ในปี 1982 สองปีให้หลังจากนั้นสโมสรก็ไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย จนอดีตโค้ชอย่าง อูโด แลตเท็ก ต้องกลับเข้ามาคุมทีมอีกครั้ง หลังจากนั้นบาเยิร์นก็ได้แชมป์ DFB Pokal ในปี 1984 พร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 5 ครั้ง จากการแข่งขัน 6 ฤดูกาล โดยได้ดับเบิ้ลแชมป์ในปี 1986 จากนั้นในปี 1987 บาเยิร์นก็ได้แต่งตั้งเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง จุ๊ป ไฮย์เกส ซึ่งก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 ฤดูกาลการติด

เข้าสู่ยุค 90 ความสำเร็จของบาเยิร์นฯ กลับมาอีกครั้ง เมื่อฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ เข้ามาคุมทีมในช่วงกลางฤดูกาล 1993-1994 ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ หลังจากนั้นเค้าก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสร จนในฤดูกาล 1995-1996 ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ ก็ได้กลับมาดูแลทีมอีกครั้ง ในฐานะที่ปรึกษาโค้ช และเขาก็ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ โดยเอาชนะบอร์กโดซ์ ในนัดชิงชนะเลิศ

เข้าสู่ฤดูกาล 1996-1997 หลังจากที่บาเยิร์นฯ แต่งตั้ง ออทมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ อดีตโค้ชทีมเสือเหลือง เข้ามาเพียงฤดูกาลแรกเค้าก็เสกให้บาเยิร์นคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จ พร้อมกับคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในฤดูกาลถัดมา ทำสถิติคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัยติดต่อกัน ขณะที่ปีเดียวกันนั้นทีมก็ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก เมื่อเอาชนะจุดโทษบาเลนเซียทีมจากสเปนได้สำเร็จ

เริ่มต้นฤดูกาล 2002-2003 บาเยิร์นก็ยังได้แชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 4 ติดต่อกัน จากนั้นฮิตซ์เฟลด์ก็ตัดสินใจลาออกจากทีมในปีถัดไป และเป็นเฟลิกซ์ มากัธ ที่เข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2005-2006 ช่วยให้ทีมคว้าสองแชมป์ ซึ่งในปีเดียวกันนั้นพวกเค้าก็ย้ายสนามแข่งจากโอลิมปิค สเตเดียม ไปใช้สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ที่จุคนได้มากกว่าอีกด้วย

เข้าสู่ปี 2008 ทีมมีเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และได้แต่งตั้ง เจอร์เก้น คลินท์มัน เข้ามาเป็นเอดค็ชคนใหม่ของทีม แต่ก็อยู่ได้ปีเดียวเพราะทำผลงานไม่ดี จนปี 2009 บาเยิร์นก็ได้เซ็นสัญญากับโค้ชคนใหม่อีกครั้งอย่าง หลุยส์ ฟานกัล แต่ไม่นาน ฟานกัลป์ ก็โดนเด้งออกจากทีมเช่นกัน ฤดูกาลต่อมาสโมสรจึงไปดึงตัวจุ๊ป ไฮย์เกส เข้ามาคุมทีมอีกครั้งนึง

จนปี 2013 บาเยิร์นก็จัดการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากนั้นทีมก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งโดยการดึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาเป็นโค้ชให้กับทีม ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2013-2014 เป๊ปทำทีมได้ดีเหลือเกินพร้อมกับสร้างสถิติไม่แพ้ใครตลอด 53 นัด และชนะในรายการยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ก่อนที่ กวาร์ดิโอล่า จะตัดสินใจลาออกเพื่อไปคุมทีม แมนเชสเตอร์ซิตี้ สโมสรจากลีกอังกฤษ และเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ ที่เข้ามาคุมทีมแทน เริ่มต้นฤดูกาลอย่างร้อนแรงด้วยการคว้าแชมป์ DFL ซูเปอร์คัพ แต่ไม่นานอันเชล็อตติก็ถูกไล่ออก 2017 เนื่องจากมีปัญหากับนักเตะขาใหญ่ภายในทีม และทีมก็กลับไปดึง จุ๊ป ไฮย์เกส กลับมาคุมทีมอีกเป็นครั้งเป็นคำรบที่ 4 จากนั้นไม่นานบาเยิร์นฯ ก็จัดการเซ็นสัญญากับ นิโก้ โควัค เทรนเนอร์หนุ่มจากไอทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาทำทีมจนถึงปัจจุบัน

ความสำเร็จของ บาเยิร์น มิวนิค
ความสำเร็จของ บาเยิร์น มิวนิค

เกียรติประวัติแชมป์ของทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค

ระดับประเทศ
บุนเดสลีกา 29 สมัย : 1931–32, 1968–69, 1971–72, 1972–73, 1973–74, 1979–80, 1980–81, 1984–85, 1985–86, 1986–87, 1988–89, 1989–90, 1993–94, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2004–05, 2005–06, 2007–08, 2009–10, 2012-13, 2013-14, 2014-15, 2015-16, 2016-17, 2017-18, 2018-19
เดเอฟเบ โพคาล 19 สมัย : 1957, 1966, 1967, 1969, 1971, 1982, 1984, 1986, 1998, 2000, 2003, 2005, 2006, 2008, 2010, 2012, 2013, 2015, 2019
เดเอฟเบ ลีกาโพคาล 6 สมัย : 1997, 1998, 1999, 2000, 2004, 2007
เดเอฟแอล ซูเปอร์คัฟ 5 สมัย : 1982, 1987, 1990, 2010, 2012

ระดับทวีปยุโรป

ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 5 สมัย : 1973–1974, 1974–1975, 1975–1976, 2000–2001, 2012–2013
ยูฟ่าคัฟวินเนอร์สคัฟ 1 สมัย : 1966–1967
ยูฟ่าคัพ/ยูฟ่ายูโรป้าลีก 1 สมัย : 1995–1996
ระดับโลก
ฟีฟ่าคลับเวิล์ดคัฟ 3 สมัย : 1976, 2001, 2013