ประวัติสโมสรอาร์เซน่อล ทีมแชมป์ไร้พ่ายหนึ่งเดียวแห่งเกาะอังกฤษ

เมื่อพูดถึงสโมสรที่อยู่ยงคงกระพันในลีกสูงสุดของอังกฤษยาวนานที่สุดโดยไม่ตกชั้น พร้อมผลงานระดับมาสเตอร์พีชที่ครั้งหนึ่งสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้โดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยในหนึ่งฤดูกาล เกริ่นมาขนาดนี้ สโมสรอาร์เซน่อล ก็น่าจะแล่นเข้ามาในหัวของเราเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนเดอะ กันเนอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1886 โดยกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตอาวุธรอยัลอาร์เซน่อลในวูลิชที่กรุงลอนดอนใต้ จนเป็นที่มาของฉายา “ปีนใหญ่”

ประวัติอาร์เซน่อล
ชื่อเต็ม : Arsenal Football Club
ฉายา : The Gunners ( ไอ้ปืนใหญ่ )
ก่อตั้ง : ค.ศ. 1886
สนาม : emirates stadium ( ความจุ: 60,355 คน )
ที่ตั้ง : กรุงลอนดอน
เจ้าของสโมสร : บริษัท อาร์เซน่อล โฮลดิงส์
ผู้จัดการ : อูไน เอเมรี่

ความเป็นมาของทีมปืนใหญ่  อาร์เซน่อล

ปี 1893 อาร์เซน่อลก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในดิวิชั่น 2 จากนั้นในปี 1904 ก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ดิวิชั่น 1 ต่อมาในปี 1913 หลังจากที่ทีมตกกลับมาอยู่ดิวิชั่น 2 เหมือนเดิมนั้น สโมสรได้ย้ายทำเลที่ตั้งมายังลอนดอนเหนือ เพื่อใช้สนาม highbury stadium ที่มีความจุถึง 60,260 ที่นั่ง แก้ไขปัญหาด้านการเงินของทีมเนื่องจากมีจำนวนผู้เข้าชมน้อย

ในปี 1919 หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ลีกดิวิชั่น 1 ก็เพิ่มจำนวนทีมเป็น 22 ทีม อาร์เซน่อลจบอันดับ 5 ของดิวิชั่น 2 ได้รับเลือกให้กลับขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 อีกครั้ง และอาร์เซน่อลก็ไม่เคยตกชั้นอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา ถัดมาในปี 1925 อาร์เซน่อลได้ว่าจ้างให้เฮอร์เบิร์ต แชปแมน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม ซึ่งแชปแมนเคยพาฮัดเดอร์สฟิลด์ทาวน์คว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 2 สมัยใน ฤดูกาล 1923-24 และ 1924-25

และนี่คือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของอาร์เซน่อลในช่วงทศวรรษที่ 1930 “แชปแมน” คือคนแรกที่พาอาร์เซน่อลก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความสำเร็จครั้งแรก เริ่มต้นจากคว้าแชมป์เอฟเอคัฟ ได้ฤดูกาล 1929-30 และแชมป์ลีก 2 สมัยคือฤดูกาล 1930-31 และ 1932-33 น่าเสียดายที่แชปแมนเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคปอดบวม จากนั้นเมื่อปี 1934 โจ ชอว์ และจอร์จ อัลลิสัน ได้เข้ามารับตำแหน่งต่างก็พาทีมประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน โดยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อีก 3 สมัย (ฤดูกาล 1933-34, 1934-35 และ 1937-38) และเอฟเอคัฟ 1 สมัย (1935-36) อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลก็เริ่มถดถอยลงในช่วงปลายทศวรรษเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 การแข่งขันฟุตบอลอาชีพทุกรายการในอังกฤษต้องยุติลง
หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทอม วิคเทคเทอร์ ผู้สืบทอดตำแหน่งของอัลลิสันได้เข้ามาบริหารทีมพร้อมกับพาอาร์เซน่อลกลับมาผงาดความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกได้อีก 2 ครั้ง คือฤดูกาล 1947-48 และ 1952-53 และคว้าแชมป์เอฟเอคัฟ ในฤดูกาล 1949-50

แต่ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลง “เดอะ กันเนอร์” ไม่สามารถดึงดูดความสนใจนักเตะเก่งๆ เข้ามาสู่ทีมได้เลย ในช่วงทศวรรษที่ 1950 ถึง 1960 นั้น อาร์เซน่อลจึงกลายเป็นทีมกลางๆ ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย  จนในฤดูกาล 1969-70 อาร์เซน่อลก็สามารถคว้าแชมป์อินเตอร์ซิตี้ แฟร์สคัฟ เป็นถ้วยยุโรปใบแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ตามมาด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์เป็นครั้งแรก นั่นคือแชมป์ลีกกับแชมป์เอฟเอคัพในฤดูกาล 1970-71 และคว้าแชมป์เอฟเอคัฟอีกครั้งหนึ่งในฤดูกาล 1978-79
ปี 1986 จากการกลับเข้าสู่วงการฟุตบอลอีกครั้งของ จอร์จ เกรแฮม ในฐานะผู้จัดการทีมของอาร์เซนอล ทำให้สโมสรสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ 3 สมัย และคว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1986-87 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่แกรแฮมเข้ามาคุมทีม จากนั้นก็มาได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 1988-89

อาร์เซน่อล
อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อลภายใต้การคุมทีมของแกรแฮมนั้นก็ได้แชมป์ลีกอีกในปี 1990-91 โดยแพ้ไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น และสามารถคว้าดับเบิลแชมป์ถ้วยเอฟเอคัฟกับลีกคัฟได้ ในฤดูกาล 1992-93 พร้อมกับคว้าถ้วยยุโรปใบที่ 2 คือ ยูฟ่าคัฟวินเนอร์สคัฟ ในฤดูกาล 1993-94  แต่เมื่อเวลาผ่านไปชื่อเสียงของแกรแฮมก็กลายเป็นความเสื่อมเสียเมื่อมีการเปิดเผยว่าเขาได้รับเงินสินบนจาก Rune Hauge เอเยนต์ของนักเตะในการซื้อตัว จากนั้น แกรแฮมก็โดนไล่ออกในปี 1995 และบรูซ ริออส ก็เข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งอยู่คุมทีมอยู่เพียงฤดูกาลเดียวก่อนที่จะลาออกไปเนื่องจากขัดแย้งกับบอร์ดบริหารของทีม

ตัดกลับมาสู่ยุครุ่งเรืองที่สุดของสโมสรช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ถึงทศวรรษที่ 2000 เนื่องจาก อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี 1996 สามารถพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1997-98 เป็นแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วย  แค่นั้นยังไม่พอ “เวนเกอร์” ยังเดินหน้าพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ที่ 3 ในฤดูกาล 2001-02 คว้าแชมป์เอฟเอคัฟ ในฤดูกาล 2002-03 และ 2004-05

แชมป์ไร้พ่ายของอาร์เซน่อล
แชมป์ไร้พ่ายของอาร์เซน่อล

โดยเวนเกอร์พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2003-04 ซึ่งเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ไม่แพ้ทีมใดเลย ทำสถิติไม่แพ้ติดต่อกัน 49 นัดได้ในฤดูกาลต่อมา ซึ่งนับว่าเป็นสถิติสูงสุดของประเทศอีกด้วย จนได้รับฉายาว่า “อาร์เซนอลผู้ไร้เทียมทาน” หรือที่คุ้นๆ ว่า “The Invincibles” นั่นเอง  ต่อมาในฤดูกาล 2005-06 อาร์แซน เวนเกอร์ ยังสามารถพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้ ซึ่งเป็นทีมแรกจากกรุงลอนดอนที่สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปได้ในรอบ 15 ปี แต่ทีมก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันพ่ายให้กับบาร์เซโลน่า 2-1 ได้เพียงรองแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นในปี 2006 อาร์เซนอลก็ได้ยุติประวัติศาสตร์ 93 ปีที่ highbury stadium ลง  โดยย้ายสนามเหย้ามาอยู่ที่สนาม emirates stadium อันเป็นที่ตั้งของสโมสรในปัจจุบันนี้
ซึ่งระหว่างปี ค.ศ. 2005 ถึง ค.ศ. 2014 อาร์เซนอลไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆได้ เลยเป็นเวลานานถึง 9 ปีเต็ม

เกียรติประวัติการคว้าแชมป์ของ อาร์เซน่อล

(ระดับประเทศ)
ดิวิชั่น 1/พรีเมียร์ลีก 13 สมัย
ชนะเลิศ : 1930–31, 1932–33, 1933–34, 1934–35, 1937–38, 1947–48, 1952–53, 1970–71, 1988–89, 1990–91, 1997–98, 2001–02, 2003–04

เอฟเอคัพ 13 สมัย
ชนะเลิศ 1930, 1936, 1950, 1971, 1979, 1993, 1998, 2002, 2003, 2005, 2014, 2015, 2017

ลีกคัพ 2 สมัย
ชนะเลิศ : 1987, 1993

ชาริตีชิลด์และคอมมิวนิตีชิลด์ 15 สมัย
ชนะเลิศ 1930, 1931, 1933, 1934, 1938, 1948, 1953, 1991 (แชมป์ร่วม), 1998, 1999, 2002, 2004, 2014, 2015, 2017

(ระดับทวีปยุโรป)
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
รองชนะเลิศ : 2005–06

ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย
ชนะเลิศ : 1993–94

อินเตอร์ซิตี้แฟร์คัพ 1 สมัย
ชนะเลิศ : 1969–70

ยูฟ่าคัพ
รองชนะเลิศ : 1999–2000

ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ
รองชนะเลิศ : 1994